ทำเว็บ Portfolio อย่างไรให้ยอดเยี่ยม

สวัสดีปีใหม่ครับ ปีนี้ผมว่าเป็นปีทองของการลองเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆในชีวิตกันดูนะครับ ผมเองก็แพลนชีวิตว่าจะทำโน่นทำนี่เต็มไปหมด และหนึ่งในแพลนที่ต้ังใจไว้ก็คืออยากจะขอเป็น Web Consultant ให้กับคนที่สนใจก้าวเข้ามาสู่โลกของการเป็นนักออกแบบเว็บไซต์และพัฒนาเว็บไซต์นั่นเองครับ

ทุกวันนี้เราอยู่บนโลกออนไลน์กันเกือบเต็มตัวแล้วครับ ซึ่งโลกออนไลน์มันก็มีข้อดีในเรื่องของการมีข้อมูลให้เราค้นหาได้เยอะแยะ แต่อย่างไรก็ตามมันก็มีข้อจำกัดเรื่อง “ปริมาณข้อมูล” ที่มัน “มหาศาล” เยอะเสียจนทำเอาคนงงไปก็มี

แม้กระทั่งคนที่จะทำเว็บไซต์ของตัวเองเองก็ประสบปัญหานี้เช่นเดียวกันครับ ยิ่งเป็นมือใหม่ที่อยากจะมาทำงานสายนี้ก็มักจะงงๆ หรือไม่แน่ใจว่า เอ๊ะ เว็บของเราควรจะมีอะไรบ้าง มันถึงจะไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป วันนี้ผมเลยมีข้อแนะนำเด็ดๆ ที่ผ่านการกลั่นกรองและลองทำมาแล้ว ว่ามันเวิร์ค มาแนะนำครับ จึงเป็นที่มาของบทความนี้นั่นเอง

port

การทำเว็บไซต์เพื่อนำเสนอผลงานนั้น ควรจะมีองค์ประกอบหลักๆ ดังต่อไปนี้นะครับ

[thetext]โลโก้[/thetext]

โลโกถือว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ประจำตัวเราเลยนะครับ หากจะทำอาชีพนี้อย่างจริงๆจังๆ เราควรจะมีโลโก้ของตัวเองแบบเห็นแล้วจำได้ง่าย รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร มีเอกลักษณ์ชัดเจนครับ

[thetext]คำนิยามตัวเอง[/thetext]

ภาษาอังกฤษเราเรียกว่า Tagline ครับ ให้เป็นคำสั้นๆ อ่านปุ๊บรู้ปั๊บว่าเราเป็นใคร ทำอะไรบ้าง เช่น เห็นปุ๊บร้องปั๊บว่า เห้ย เจ้าคนนี้มันรับออกแบบเว็บไซต์หว่ะ เป็นต้น

[thetext]ตัวอย่างผลงานที่เคยทำ[/thetext]

สังเกตดูนะครับว่าผมเลือกใช้คำว่า “ตัวอย่างผลงาน” ใช่ครับ ให้เราคัดมาเฉพาะที่มันเด่นๆ เห็นแล้วใช่ อยากดไลค์ให้ร้อยครั้งพันครั้ง ไม่จำเป็นต้องพ่นทุกอย่างที่เราเคยทำลงในพอร์ตโฟลิโอครับ ส่วนใครที่ยังไม่เคยมีตัวอย่างเว็บที่เคยทำให้ลูกค้า คุณก็ลองออกแบบเว็บมาก่อนสักสี่ห้าอันก็ได้ครับ ให้เห็นว่าแนวคิดในการออกแบบของเราเป็นประมาณนี้นะ เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นสไตล์ของเราว่าเรานั้นมีรูปแบบการออกแบบอย่างไรบ้าง

[thetext]บริการของเรา[/thetext]

บอกให้คนเข้าเว็บรู้ครับว่า เรารับทำอะไรบ้าง บอกให้ชัดเจน ให้เข้าใจแจ่มแจ้ง ว่าถนัดด้านไหนบ้าง รับทำอะไรบ้าง คิดค่าบริการอย่างไร ระยะเวลาประมาณสักเท่าไหร่ เป็นต้น

[thetext]หน้าเกี่ยวกับเรา[/thetext]

หน้านี้มีไว้เพื่อให้ลูกค้าได้รู้ว่า “จริงๆแล้ว” คุณเป็นใคร หน้าตาเป็นอย่างไร บอกไปเลยครับ เพราะว่าลูกค้าเค้าก็อยากจะรู้จักคุณคร่าวๆก่อนแหล่ะว่ามีตัวตนอยู่จริงไหม หน้าตาเป็นอย่างไร เพราะค่าบริการทำเว็บมันไม่ใช่บาทสองบาท ก่อนลูกค้าจะจ่ายตังค์จ้างคุณ เค้าก็อยากแน่ใจว่าคุณคือคนที่ใช่สำหรับงานของเค้า

[thetext]ฟีดแบ็คสำหรับงานเก่าๆ[/thetext]

ถ้าคุณเคยทำโปรเจ็คให้ลูกค้ารายอื่นมาแล้ว อย่าได้เขินอายที่จะขอร้องให้พวกเค้าช่วยเขียนรีวิวให้ ถ้าเราทำงานแบบเต็มที่ เต็มความสามารถให้กับโปรเจ็คเหล่านั้น เชื่อเถอะครับว่าลูกค้าก็ย่อมประทับใจ และยินดีเขียนรีวิวให้เราอย่างแน่นอนครับ รีวิวหรือฟีดแบ็คพวกนี้เป็นปัจจัยอีกตัวที่สำคัญมาก ที่จะให้ลูกค้ารายใหม่ตัดสินใจเลือกใช้บริการของเรา

[thetext]หนทางการติดต่อ[/thetext]

อย่าปล่อยให้ลูกค้าหงุดหงิด เมื่อรู้จักคุณแล้ว แต่ดันไม่รู้ว่าจะติดต่อคุณได้ที่ไหน ส่วนใหญ่เราจะทำหน้า contact us ขึ้นมาเพื่อเป็นช่องทางให้ลูกค้าได้ติดต่อกับเรา และข้อแนะนำสำหรับผมคือ มีช่องทางในการติดต่อหลายๆช่องทางจะเวิร์คมากครับ เช่นให้รายละเอียดทั้งอีเมลล์ เบอร์โทร Facebook, Twitter เป็นต้น เพราะเผื่อบางทีลูกค้าบางคนจะไม่ถนัดส่งเมลล์ ก็โทรหาได้ หรือบางคนเน้นส่งข้อความผ่าน Social Media ก็มีเยอะแยะครับ

และข้อแนะนำเหล่านี้ก็คือสิ่งที่เราจำเป็นต้องมีในเว็บ Portfolio ของเราครับ การมีเว็บเป็นของตัวเองมันดีมากๆ ผมอยากจะเขียน ก. ไก่ ต่อท้ายสักห้าร้อยตัว เพราะทุกวันนี้ผมเองมีงานเข้ามา 90% ก็มาจากการที่เค้าติดตามเว็บพอร์ตของผมนั่งเองครับ

เอาละครับ ได้แนวคิดกันแล้ว ก็ลองนำไปประยุกต์ใช้ดูนะคร้าบ แล้วเจอกันใหม่บทความตอนหน้าครับ สวัสดีครับผม

back to top