จังหวะที่ท้าทาย กับการใช้ช่องทางออนไลน์ช่วยสร้างงานให้ชุมชน

ผมตั้งใจไว้ว่าเมื่อผมเรียนจบ มีหน้าที่การงาน ทำมาหาเลี้ยงชีพช่วยเหลือตัวเองได้ จนยืนหยัดด้วยตัวเองได้แล้ว สักวันหนึ่งผมก็อยากจะเอาความรู้ที่มีไปช่วยเหลือผู้คนในชุมชนของผมบ้าง . ผมมองว่า การที่เราจะไปช่วยเหลือใครได้นั้น อย่างแรกเราควรต้องแข็งแรงก่อน เหมือนกับการไปช่วยคนจมน้ำ ถ้าเราเองว่ายน้ำไม่เป็นแล้วดันทะลึ่งกระโดดลงน้ำไปช่วยเขาก็เสี่ยงที่จะไม่รอดทั้งคู่

เมื่อราวๆต้นปีนี้จึงเป็นจังหวะหนึ่งที่ถือว่าผมได้มีโอกาสเริ่มที่จะลงไปคลุกคลีกับผู้คนในชุมชนของผมมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้คลุกคลีกับผู้คนทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นก้าวเล็กๆของโครงการกลับไปพัฒนาบ้านเกิดครับ

ถ้าใครที่ติดตามแฟนเพจของผม จะทราบว่าผมมาจากถิ่นชนบทที่ห่างไกล ประชากรส่วนใหญ่ของหมู่บ้านเป็นชาวนาที่ไม่มีรายได้ทางอื่นเสียเท่าไหร่ แต่ผู้คนในชุมชนของผมนั้นเต็มไปด้วยคนมีความสามารถด้านงานฝีมือครับ เพียงแค่ว่าพวกเขาทำเพื่อใช้ ไม่ได้ทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทำให้องค์ความรู้หลายๆอย่างมันสูญหายไปตามกาลเวลา เพราะคนรุ่นใหม่ก็ไม่ได้ไปสานต่อ ในขณะที่คนแก่ก็ล้มหายตายจากไป

ผมเสียดายมากเลยนะครับ

การเข้าไปช่วยเหลือของผมนั้น จริงๆจะเรียกว่าเป็นการสร้างงานมากกว่าครับ เพราะอย่างแรกผมก็อยากให้มีการ Win – Win ทั้งคู่ก่อน คือ เราช่วยเขา เขาช่วยเรา เพราะว่ามันก็ค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่ที่ผมเองก็ยังไม่เคยลุยเต็มที่มาก่อน โดยผมเริ่มต้นไปลงทุนทำธุรกิจตัวหนึ่งเพื่อให้เกิดการจ้างงานคนในชุมชนครับ ลงทุนไปด้วยตัวเลขหกหลักครับ ฮ่าๆ เอาน่ะ ลองดูสักตั้ง และอีกอย่างก็คืออยากให้เป็นเคสตัวอย่างก่อนว่าเราจะสามารถเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการประชาสัมพันธ์ได้อย่างไร

จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมาแปดเดือนแล้วครับ

เป็น 8 เดือนที่เหมือนผมได้ไปนั่งศึกษาวิธีการบริหารคน บริหารธุรกิจ คิดแคมเปญการตลาด และการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า และแก้ปัญหาที่คิดไม่ถึงมาก่อน

ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเรียนวิชาบริหารธุรกิจอยู่เลย

แต่มันก็เป็นสิ่งที่ดีมากครับ เพราะมีหลายเรื่องที่ผมก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน และผมก็ได้เรียนรู้ไปจากมัน เป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการลงมือทำงานจริงๆนี่แหละ

ผมชอบคำพูดหนึ่ง เขาเคยพูดไว้ว่า “สิ่งที่ทำให้คนแตกต่างกัน คือการลงมือทำ” . คนส่วนใหญ่จะเน้นคิด คิดนั่นคิดนี่ คิดได้เต็มไปหมด หัวสมองเต็มไปด้วยไอเดีย . แต่กลับมีคนจำนวนน้อยนิด ทีคิดแล้วก็ลงมือทำให้มันเป็นรูปเป็นร่าง

เขาต่อท้ายว่า “การคิดแต่ไม่ลงมือทำ มันเรื่องเรื่องเพ้อเจ้อ

เมื่อลงมือทำแล้ว มันจะเจอปัญหาแน่ๆ และเจอเยอะด้วย ฮ่าๆ แต่มันก็คือเรื่องที่จะทำให้เราเรียนรู้การเอาชนะปัญหานั้นว่าทำได้อย่างไร

อย่างในเคสนี้ สิ่งที่ท้าทายคือ การเข้าไปสอนให้คนในชุมชนเรียนรู้ Social Media และสอนให้เขาเข้าใจการขายมากขึ้นครับ . จากที่ผมสังเกตมา คือคนส่วนใหญ่เก่งในด้านการผลิต แต่ไม่เก่งด้านการขาย ทำให้เกิดปัญหาคือ ทำแล้วขายไม่ออก ทั้งๆที่เป็นของดี แต่ไม่รู้จะขายยังไง . อีกอย่างที่น่ากลัว คือการดั๊มราคาถูก เพื่อให้ของจำหน่ายออกไปได้

ตอนแรกนั้นผมก็หัวเสียเหมือนกันนะครับ เมื่อทราบราคาที่จะขายออกไป ผมถามว่าได้กำไรเท่าไหร่ คุ้มค่าไหม . พวกเขาคิดแค่ว่า ต้นทุนคือ ราคาของที่ซื้อมา กลับไม่ได้คิดค่าตัวตัวเอง!!

ตอนนั้นผมก็บอกว่า เราขายของดี ไม่ใช่ขายของถูก

ของถูกเรามีเยอะแยะแล้ว และมันทำให้เราไม่ต่างจากเจ้าอื่น ถ้าขายของถูกเราก็จะมุ่งเน้นหาวัสดุถูกๆมาผลิต และก็ได้โปรดักส์ถูกๆอันนึง. และเล่าให้ฟังจากประสบการณ์ที่ผมดีลงานธุรกิจกับลูกค้าที่มาจ้างผมทำเว็บให้ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะมาแนวนี้ครับ คือเขาไม่โฟกัสราคาถูก เขาก็จะโฟกัสงานที่ดีและความคุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป . แม้กระทั่งสินค้าของเขาเองก็ราคาสูง เพราะของดีมันก็ต้องมีราคาเป็นเรื่องธรรมดา และมันก็ยังมีคนกลุ่มนี้ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอยู่แล้ว

ผมอธิบายไปว่า “อย่าให้ตัวเลขราคา เป็นตัวลวงตาถึงคำว่าถูกหรือแพง” ของถูก คือของที่คุณภาพดีมากกกกก ดีเกินราคาที่ซื้อมา แต่ของแพง คือของที่จ่ายมาแล้วใช้งานไม่คุ้มค่า

ยกตัวอย่างเช่น ซื้อรองเท้าหุ้มส้น 299 บาท ใช้ได้สองเดือน ก็พัง ก็ต้องซื้อใหม่เรื่อยๆ. ในขณะที่อีกคู่ 599 บาท ใช้ได้สองปี . อันไหนที่คือว่าถูกหรือแพง?

พวกเขาเริ่มเข้าใจมากขึ้น

เรื่องต่อมาที่ท้าทายก็คือ การลุ้นกับการจัดส่งของครับ

โจทย์ของเรามีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ผลิต อยู่ไกลจากตัวเมืองมาก ทำให้การจัดส่งไปยังตัวเมืองก็มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แถมมีตัวเลือกน้อยมาก อย่าง Kerry ไม่รับส่ง เพราะเป็นของชิ้นใหญ่ ต้องให้ตีลังไม้ (แน่นอนว่าถ้าตีลังไม้ ก็จะทำให้ต้นทุนพุ่งไปอีก) . บทสรุปคือเราต้องส่งให้ทาง ปณ ไทย ซึ่งก็รู้ๆกันว่า ส่งทีก็ลุ้นกันทีครับ ว่าของจะอยู่รอดสมบูรณ์ไหม 55

เป็นแปดเดือนที่มีสีสันมากครับ มีหลายครั้งที่แบบโอ้ว ปวดหัว ฮ่าๆ เข้าใจอารมณ์ผู้ประกอบการ ที่บางครั้งก็อยากจะพับโครงการเสียให้ได้ . ซึ่งผมก็เคยคิด . แต่มีอยู่วันหนึ่ง ผมไปเห็นบรรยากาศการทำงานของคนที่มาทำ . เห้ย พวกเขาดูมีความสุขนะ เขาเหมือนมีกิจกรรมทำในยามว่างจากหน้านา

รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพวกเขานี่แหละ ที่ทำให้ผมเริ่มมองข้ามเม็ดเงินที่ลงทุนไป .ผมมองว่า เออ อย่างน้อยก็ได้ช่วยเหลือกันนะ อยู่ ตจว หารายได้วันละห้าบาท ยังหายากเลย . พอมีกิจกรรมนี้ก็เลยเหมือนช่วยกระจายรายได้ให้คนในชุมชนได้บ้าง

8 เดือนที่พวกเราล้มลุกคลุกคลาน สร้างตลาดให้คนเริ่มรู้จักมากขึ้น

ถึงตอนนี้ ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผมก็บอกว่า ถ้าจะพูดเรื่องเม็ดเงิน ก็ยังไม่ถือว่าได้กำไรเป็นเม็ดเป็นหน่วยนะครับ แต่ถ้าพูดเรื่องความสุข และความคุ้มค่าเรื่องประสบการณ์ มันเต็มที่มากๆ

อย่างน้อย เราก็ได้เรียนรู้วิชาลงมือทำธุรกิจจริงเนาะ

เวลาส่งของให้ลูกค้า ลูกค้าก็ให้ฟีดแบ็คกลับมา ว่าชอบงานที่ทำมาๆ ผมก็ส่ง LINE ไปให้บรรดาคนทำดู เขาก็พากันยิ้มด้วยความภูมิใจ

…บางที ชีวิตก็แบบนี้แหละ กำไรบางทีก็ไมไ่ด้มาในรูปแบบของตัวเงิน…

[thetext]การเอาช่องทาง ONLINE มาใช้โปรโมท[/thetext]

หากท่านใดสงสัยว่า เอ ที่บักสนมาพูดถึงกิจกรรมในชุมชนในช่วงนี้คืออะไรนะ . มันคือตัวนี้ครับผม คือการทำสุ่มไก่ชนแบบพับได้ขายครับ

โดย ณ ตอนนี้ก็ยังเป็นกิจกรรมที่ยังมีสมาชิกไม่มากนัก เพราะมาจากกระบวนการทำขั้นต้นที่ยังต้องใช้คนมีทักษะจำเพาะมาผลิตก่อน นั่นก็คือคนเชื่อมเหล็กโครงสร้างสุ่มครับ ซึ่งคนที่จะมาเชื่อมให้นี้จะต้องมีฝีมือดี เห็นน้าๆบอกว่า ไม่ใช่ว่าใครก็จะมาเชื่อมได้ เพราะเหล็กมันเล็ก มันไม่ได้เหมือนหลังคาบ้าน . ดังนั้นในแต่ละวันเราจะทำได้มากน้อยแค่ไหนก็จะขึ้นกับปริมาณที่ช่างเชื่อมทำได้ต่อวัน

ผมไม่มีความรู้เรื่องตลาดไก่ชนเลย​ ฮ่าๆ แต่เพราะผมอยู่ในวงการโลกออนไลน์ ผมมองเห็นโอกาสว่า ทุกวันนี้โลกเราจะว่าแคบมันก็แคบนะ ถ้าใช้เทคโนโลยีให้เป็น ผมก็เลยสร้างแฟนเพจชื่อว่า

https://web.facebook.com/SoomkaiPremium/

โดยเป็นการเล่าเรื่องราวการขายของผ่านภาพถ่าย และมี Story ประกอบ เพราะโดยส่วนตัวผมชอบการเล่าเรื่อง มีที่มาที่ไป

จากนั้นผมก็สร้างเว็บไซต์


www.soomkai.com เพื่อทำระบบ Ecommerce และให้มีโอกาสคนค้นหาเจอด้วยครับ

จากนั้นผมก็สมัคร Line ID ตัวใหม่เพื่อไว้รับการติดต่อจากคนที่เล่น LINE ด้วยครับ ระหว่างนี้ก็สอนให้คนที่บ้านรู้จักเล่น Facebook เล่น LINE มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกเราคนรุ่นใหม่ แต่กลับเป็นว่า โอ้โห กว่าพวกเขาจะคุ้นเคยกับเครื่องมือพวกนี้ ก็ใช้เวลาพอสมควร เพราะอยากให้พอในระยะยาวว่าต่อไปผมจะไม่ต้องมาคอยช่วยตอบให้ทุกอย่างหรือทำทุกอย่าง แต่ค่อยๆฝึกให้พวกเขาสามารถรันกันเองได้

ในระยะแรกชาวบ้านก็งงกันหน่อย ว่ามันจะมีคนซื้อเหรอ แค่โพสต์ลงเว็บ ผมก็บอกว่ามันต้องใช้เวลาหน่อย

ทีนี้เมื่อเริ่มโปรโมท คนก็เริ่มเห็นครับว่า เห้ยมีเจ้านี้ทำสุ่มขายด้วยนะ แต่เราก็ยอมรับว่าสินค้าของเราไม่ใช่สินค้าแนวใหม่ แต่เป็นสินค้าที่ทำขึ้นโดยอาศัยข้อด้อยของสิ่งที่มีอยู่ มาทำให้มันดีขึ้น

นั่นคือ เพิ่มความแข็งแรง ทนทาน ใช้วัสดุอย่างดี พร้อมกับเอาดีไซน์เข้าไปช่วย

ผมตั้งสโลแกนว่า “คุณภาพต้องมาก่อน” . และไม่ได้เน้นว่า “เราขายของถูก” . เพราะผมแอบเชื่อว่า ถ้าเราคำว่า ราคาถูกมาก่อน เราก็จะพยายามหาทางลดต้นทุน เพื่อให้ได้ของราคาถูก แต่ถ้าเราเอาคำว่าคุณภาพมาก่อน เราจะหาของที่ดีมาผลิต

ของถูกมีเยอะแล้ว แต่ของดี ยังมีน้อย

คนที่เข้ามาที่ยังไม่เคยแตะต้องสุ่มของเราก็มีคำถามว่า “ทำไมแพงกว่าของเจ้าอื่น?” ซึ่งเป็นคำถามที่ผมคิดไว้แล้วว่าต้องเจอ

หน้าที่ของผมคือ อธิบายว่า เพราะอะไรถึงได้ราคาสูงกว่า และเปรียบเทียบให้เห็นว่า สิ่งที่แตกต่างคืออะไร ผมอธิบายทั้งผ่านงานเขียน และวีดีโอ

ลูกค้าก็เริ่มเข้าใจ และก็สั่งซื้อไปใช้

ลูกค้าจำนวนมากซื้อจำนวนน้อย เพื่อไป “ลองใช้” ดูก่อน เพราะยังไม่กล้าจ่ายเยอะกับของที่ไม่เคยเห็น

และส่วนมากก็จะกลับมาใช้บริการใหม่ ด้วยเหตุผลว่า เป็นสุ่มที่ทำออกมาได้ดีมาก สมกับที่โปรโมทจริงๆ

ทำให้สินค้าของเราเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น (แม้จะยังไม่ได้มากมายนัก แต่ผมก็คิดว่ามันก็มากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด)

และใช่ครับ การทำงานทำธุรกิจ มันก็มักจะเจอปัญหา เรื่องท้าทาย

[thetext]การเรียนรู้ที่จะลงมือแก้ไขปัญหา[/thetext]

ตัวนี้ก็เจอครับ เราเจอปัญหาเรื่อง ค่าจัดส่งที่มันแพงมาก เพราะที่ตั้งของเรามันก็ไกลจากตัวเมืองด้วย เลยเสียค่าส่งหลายต่อ . และการจัดส่งที่ลุ้นว่าของไปถึงมือผู้รับรอดปลอดภัยไหมน้อ

ผมแก้ปัญหาด้วยการขายเป็นแพค ซึ่งผ่านการคำนวณมาแล้วว่า แพคเท่านี้ เราจะยังพอมีกำไรมาต่อยอดได้บ้าง ถ้าใครสั่งจำนวนน้อยกว่านี้ เราก็มองว่าไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของเรา

เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะคือลูกค้าของเรา . เราต้อง Scope กลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนก่อน

และเรื่องการจัดส่ง ถ้าของมีปัญหา ผมใช้วิธีการว่าให้ลูกค้าส่งภาพถ่ายที่มีปัญหาให้ผมดู และผมคืนเงินให้

ลูกค้าก็เข้าใจดีมากครับว่า มันไม่ใช่ปัญหาจากทางเรา แต่ผมก็บอกว่าแค่ลูกค้าโอนเงินมาให้ก่อนโดยยังไม่เห็นสินค้า ก็คือการวางใจในสินค้าเราแล้ว ผมยินดีคืนเงินให้กับสุ่มที่เสียหาย ลูกค้าก็เลยบอกว่าประทับใจบริการหลังการขายมาก และก็อีกหลายคนที่สั่งต่อเรื่อยๆ บางคนก็บอกว่าไว้ผมสั่งรอบหน้า เฮียก็เอาตัวใหม่แนบให้ผมละกันครับ

โลกของการทำงานมันก็แบบนี้แหละครับ มันเหมือนกับการเรียนรู้ทุกๆวัน ทำยังไงจะให้คนรู้จัก จะให้รู้จักในมุมมองไหน จะขายของอย่างไร จะแก้ปัญหาที่เจอได้อย่างไร

ถ้ามองในมุมมองของโลกธุรกิจ การเริ่มต้นของการทำตัวนี้ยังถือว่าเป็นเหมือนน้องใหม่ๆมาก ยังมีอีกหลายอย่างที่เราต้องเรียนรู้ไปด้วย อย่างเช่นการพัฒนาสินค้า เราก็มองว่าเราอยากทำให้มันดีมากขึ้น และตัวผมเองก็อยากจะต่อยอดขยายไปยังสินค้าอื่นๆที่ชุมชนสร้างกันอยู่แล้ว เพราะผมก็พิสูจน์แล้วว่า การใช้ช่องทางออนไลน์ในการช่วยโปรโมทสินค้ามันทำได้จริง โดยตอนนี้ที่ผมมองไว้ก็จะเริ่มต่อยอดไปยังผ้าไหมทอมือ เพราะหมู่บ้านผมก็เป็นแหล่งทอผ้าไหม และยังมีการทำเสื้อพื้นเมืองที่เป็นผ้าไหมทำมือที่เรียกว่า “เสื้อแก๊บ” ด้วยครับ โดยเจ้าเสื้อตัวนี้ตอนนี้ก็มีความต้องการค่อนข้างสูงพอสมควร ต้องมีการต่อคิวพรีออเดอร์ แต่ก็ยังเป็นที่รู้จักในวงแคบอยู่ ผมก็อยากจะมาขยายตลาดให้ไม่เฉพาะแค่คนไทย แต่อยากให้คนทั้งโลกได้รู้ว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นของเรานั้นทรงคุณค่ามากขนาดไหน

และนี่แหละครับ คือเรื่องเล่าของผมกับจังหวะชีวิตอีกก้าวใหม่ที่ได้ทำอะไรแปลกใหม่เพิ่มขึ้นครับ

back to top