31
Jan

คำแนะนำสำหรับการทำเว็บไซต์ขององค์กร หรือทำเว็บบริษัท

Category: Blog / 140 views

เว็บไซต์ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาอย่างหนึ่งของบริษัทหรือว่าหน่วยงานเลยนะครับ ในยุคที่ทุกคนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย เว็บไซต์ไม่ได้มีหน้าที่แค่ไว้โชว์บนนามบัตรเท่านั้น แต่มันจัดว่าเป็นสินทรัพย์อย่างหนึ่งที่นำเสนอความเป็นตัวตนขององค์กรได้เป็นอย่างดี  หากว่าเรามีหน้าตาเว็บไซต์ที่ไม่ประทับใจ ใช้งานยาก ลูกค้าก็ไม่อาจจะใชบริการเราก็ได้ เพราะทุกวันนี้ใครๆก็ค้นหาข้อมูลผ่าน Google กันทั้งนั้น สิ่งที่เจออย่างแรกก็เลยเป็นเว็บบริษัท ก่อนที่จะเจอบริษัทจริงๆซะอีกครับ

เว็บบริษัท หลักๆแล้วสิ่งที่เราต้องนำเสนอ เราควรนำเสนอให้ชัดเจนว่าเราเป็นใคร

บอกให้ชัดเจนว่า "เราคือใคร"

เวลาที่คนมาเจอเว็บไซต์ของเรา ส่วนใหญ่ก็จะมาจากการค้นหาในเว็บค้นหาอีกทีนึงครับ ดังนั้นหน้าที่ของเราก็คือ ควรจะบอกให้พวกเขารู้ไปเลยว่า เราเป็นใคร ทำอะไร ขายอะไร ดังนั้นสิ่งที่ควรจะมีในหน้าแรกเลยก็คือพวกการสรุปไปเลยว่า นี่พวกเราทำแบบนี้นะ เป็นที่ที่คุณกำลังมองหาอยู่เลยแหละ เช่น บริษัท BUKSOHN จัดตั้งขึ้นมาโดยทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งแต่ละคนก็มีประสบการณ์ในการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ให้กับองค์กรทั้งในและต่างประเทศมามากกว่าสิบปี บริษัทของเราให้บริการเป็นทั้งที่ปรึกษา คนออกแบบ เขียนโปรแกรม และดูแลเว็บไซต์ให้กับใครก็ตามที่ต้องการเพิ่มช่องทางและสร้างโอกาสทางธุรกิจบนโลกออนไลน์ 

มีเมนูนำทาง ที่ชัดเจน

เว็บไซต์องค์กร เรามีอะไรที่อยากจะนำเสนอหลายส่วน จึงค่อนข้างเป็นไปได้ยากมากที่จะเอาทุกอย่างมาใส่ไว้ในหน้าแรก (ยกเว้นว่าข้อมูลของคุณมันไม่ได้เยอะมากพอที่จะสร้างหน้าอื่นๆเพิ่มขึ้นมา) ดังนั้น การสร้างเมนูในเว็บไซต์ก็ควรที่จะสร้างให้เห็นแล้วเข้าใจทันที ว่าอันนี้คือเมนูหลัก อันนี้มีเมนูย่อยอีกนะ พวกลิงค์ก็ควรจะมีสีสันที่ต่างจากสีข้อความทั่วไป ปุ่มก็ควรเห็นชัด 

ข้อมูลสำหรับการติดต่อต้องหาง่าย

มันต้องเป็นเรื่องที่แย่มากๆ ถ้าเราทำเว็บซะดิบดี ลูกค้าเข้ามาก็ชอบ นี่เลย บริษัทนนี้แหละที่ชั้นอยากร่วมงานด้วย! แต่ กลับหาช่องทางการติตต่อไม่พบ แบบนี้เรียกว่าปลาตายน้ำตื้นครับ  เว็บไซต์ที่ดี ช่องทางติดต่อควรจะหาง่าย ไม่ต้องเอาไปซ่อนครับ ยกตัวอย่างนะครับ ผมเคยทำเว็บไซต์ให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เราคุยกันกว่า ปกติแล้วลูกค้าจะติดต่อผ่านช่องทางไหนมากที่สุดครับ? ลูกค้าเล่าให้ผมฟังว่า ลูกค้ามักจะโทรเข้ามาที่เซลล์ แล้วปิดการขายผ่านเซลล์ บางคนก็สะดวกทักไลน์ บางคนก็ทักเฟสครับ

พอรู้แบบนี้การออกแบบก็ง่ายแล้วครับ คนชอบโทรใช่ไหม เราก็สร้างปุ่มสำหรับโทร ชอบทักเฟส สร้างปุ่มสำหรับติดต่อผ่านเฟส ชอบทักไลน์ ก็สร้างปุ่มสำหรับแอดเพื่อนในไลน์แล้วเข้าไปคุย แล้วให้สามปุ่มนี้แสดงอยู่ด้านล่างเว็บแบบเลื่อนตามเวลาลูกค้าเลื่อนหน้าเว็บ เพราะเรารู้อยู่ว่า เมื่อเขาเลื่อนแล้ว สุดท้ายเขาต้องกดปุ่มใดปุ่มหนึ่งเพื่อติดต่อคนขายแน่ๆ  ซึ่งก็เป็นจริงแบบที่เราคาดการณ์ครับ ลูกค้ามีคอนแทคใหม่ๆเข้ามาเยอะมาก วันหนึ่งลูกค้าก็โทรมาหาผมแล้วบอกว่า เว็บใหม่ที่ผมทำให้ ทำให้เขาได้ยอดขายดีมากๆ 

การติดต่อของบริษัท พยายามใส่เฉพาะที่ติดต่อแล้วมีคนอ่านจริงๆนะครับ บางคนมีเฟสบุค แต่ไม่เคยเข้าไปอ่านข้อความในเฟสบุค แบบนี้มีแล้วก็ไร้ประโยชน์ รกเว็บครับ คำแนะนำของผมก็คือ พวกที่อยู่ อีเมล เบอร์โทร ก็ให้อยู่ตรง Footer ของเว็บไปเลย ให้แสดงทุกหน้า และถ้าอยากมีช่องทางติดต่อผ่านอีเมลฟอร์ม ก็สร้างหน้า Contact Us แยกมาให้ชัดเจน หรือไม่ก็ตรงด้านบนสุดขวา หรือบนสุดซ้าย พวกนี้ก็เหมาะสำหรับใสเบอร์โทร หรืออีเมล ครับ เห็นแล้วรู้เลยติดต่อได้ยังไง

มีรีวิวจากลูกค้าที่เป็นลูกค้าจริงๆ

ค่าของคนอยู่ทีผลของงาน ไม่ใช่ลมปาก การที่เราอธิบายเล่าความเลิศเลอเพอร์เฟ็คขององค์กรว่าดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ มีน้ำหนักน้อยกว่าการให้ลูกค้าจริงๆของเรามาเล่าเสียอีกครับ เพราะนั่นคือคนที่เขามาใช้บริการจริงๆ ยิ่งธุรกิจบางอย่างจำเป็นต้องมีมากๆ เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยของการใช้บริการของลูกค้ารายใหม่มาก

ถ้าหากว่าคุณดีจริง ไม่จำเป็นต้องกลัวที่จะขอให้ลูกค้าช่วยเขียนความคิดเห็นให้หน่อย ลูกค้าย่อมยินดีอยู่แล้วครับ

การทำ SEO อย่างง่ายก็ควรรู้ไว้

เว็บไซต์ดีแค่ไหนก็คงไร้ประโยชน์ถ้าไม่มีใครเคยเข้ามาเห็น การทำการตลาดบนโลกออนไลน์ เราจะมัวติสก์ไม่สนใจโลกไม่ได้นะครับ เราสร้างธุรกิจบนโลกออนไลน์ขึ้นมา เราก็ต้องหาวิธีให้เราไปชิงพื้นที่สื่อบนโลกออนไลน์มาให้ได้ วิธีการที่เป็นที่นิยมและทรงประสิทธิภาพในยุคนี้ก็คือการทำ SEO ให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับดีๆในการแสดงผลการค้นหาของ Google ครับ

สิ่งที่เราควรจะรู้บ้างก็คือ วิธีการใช้คีย์เวิร์ด การสร้างลิงค์ จะตั้งชื่อเรื่องอย่างไร คำอธิบายอย่างไร การเลือกใช้คำอะไร ทำนองนี้ครับผม

หมั่นอัพเดทเนื้อหาในเว็บไซต์บ้าง

เรื่องหนึ่งที่ถือว่าบริษัทหลายๆที่ทำไม่ค่อยได้ก็คือ การสร้างเนื้อหาใหม่ๆให้กับเว็บไซต์ของตัวเอง เพราะบางคนติดภาพแค่ว่า เราขายของ ก็คือขาย ไม่รู้จะเขียนอะไรลงในเว็บไซต์ แต่จริงๆแล้ว ไม่ใช่เลยครับ เราสามารถเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับองค์กร เกี่ยวกับสินค้าลงในเว็บไซต์ของเราได้อย่างเยอะแยะ แต่เราต้องจำไว้นะครับว่า เรื่องที่เล่ามันก็ควรจะเกี่ยวกับสิ่งที่เราทำอยู่ พยายามอย่าออกทะเล เนื้อหาสะเปะสะปะ 

สมมติว่าผมเป็นลูกค้า ผมเข้ามาในเว็บบริษัท ผมก็อยากจะรู้ว่า “เว็บนี้เนี่ย ล่าสุดแล้วเขาทำอะไร” ไม่ใช่ปีนี้ 2019 แต่เนื้อหาในเว็บ อัพเดททิ้งไว้ตอน 2010 อะไรแบบนี้มันก็ดูเหมือนว่าเป็นบริษัทที่ไม่ Active

ผู้ใช้งาน ลูกค้า คือมนุษย์ จงเขียนเพื่อให้มนุษย์ใช้ อ่านง่าย

จากหัวข้อที่บอกว่าควรศึกษาเรื่อง SEO บ้าง หลายๆคนก็ไปศึกษาจนแบบ โอ้ย ต้องทำแบบนั้นทำแบบนี้ คีย์เวิร์ดต้องมี ตรงนี้ทำหนา ตรงนี้ใส่ลิงค์ บลาๆ ซึ่งมันก็ดี แต่บางอย่างมันก็ปรับมากไปจนอ่านไม่รู้เรื่อง แบบนี้ก็แย่ครับ ยกตัวอย่างใน WordPress มีปลักอิน Yoast SEO ที่จะคอยช่วยบอกว่า เนื้อหาที่เราเขียนเนี่ย มันเหมาะกับ SEO มากแค่ไหนแล้ว ซึ่งพอเราปรับแก้ไปเยอะๆ ปลักอินบอกว่าผ่าน แต่เอาจริงๆ คนกลับอ่านไม่เข้าใจเลย แบบนี้ก็ไม่เวิร์คครับ ต้องหาจุดสมดุลให้เจอ

อีกอย่างนะครับ การทำเนื้อหาในเว็บไซต์จะแตกต่างจากในหนังสือ ในหนังสือเนี่ย เราจะเขียนยาวๆ ย่อหน้าใหม่ก็เยื้องไปหน่อยก็เข้าใจแล้ว

แต่สำหรับเว็บไซต์มันมีกระบวนการคิดคนละแบบครับ การอ่านบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือมือถือ มันล้าสายตาได้ง่ายกว่าอ่านผ่านกระดาษ เนื้อหาแต่ละย่อหน้าก็ไม่ควรยาวมากเกินไป ช่องไฟระหว่างย่อหน้าก็ควรจะมีมากพอที่จะให้สายตาได้พักเบรค ตรงไหนที่ต้องการย้ำความสำคัญ ก็ทำตัวหนา หรือใส่สีให้เด่นขึ้น ตรงไหนที่เป็นลิสต์ ก็ทำ Bullet ให้ชัดเจน มันช่วยให้ผู้อ่านกวาดสายตาดูเนื้อหาได้ง่ายขึ้นครับ

และนี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับการคำแนะนำเว็บไซต์สำหรับองค์กรที่ผมอยากจะแนะนำครับ โดยอาศัยประสบการณ์ส่วนตัวที่ช่วยออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ให้กับหน่วยงานและบริษัทมาแล้วหลายที่ คำแนะนำนี้เป็นคำแนะนำที่ผมใช้งานจริง และได้ผลที่ดีมากเลย

ใครที่มีเว็บไซต์อยู่แล้วก็ลองนำไปประยุกต์ดูได้นะครับ ขอให้มีความสุขบนโลกออนไลน์ครับผม


Phraisohn Siripool is a Graphic Designer and Website Developer. Contact Buksohn for Your Business Endeavours