ใช้ฟอนต์ต่างกัน สำหรับแต่ละภาษาสำหรับ WPML

การทำเว็บไซต์ด้วย WordPress นั้นมีข้อดีอย่างหนึ่งตรงที่เราสามารถทำเว็บแบบหลายภาษาได้โดยง่ายครับ มีปลักอินทำเว็บหลายภาษาอยู่หลายตัว และตัวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก็คือ WPML ครับผม ซึ่งปลักอินนี้ไม่ฟรีนะครับ แต่ราคาก็ไม่แพงเกินไป สำหรับเว็บที่นำมาใช้ทางธุรกิจแล้วยังไงก็คุ้มครับ

ทีนี้ครับ เวลาทำเว็บหลายภาษา มีปัญหาหนึ่งที่บรรดาคนทำเว็บมักจะเจอก็คือ การอยากจะให้ภาษานึงแสดงอีกแบบ ภาษาอื่นแสดงอีกแบบ มันทำได้หรือไม่? คำตอบคือทำได้ครับ โดยเราจะต้องทำผ่านการเขียนผ่านรหัสผ่านภาษาแต่ละตัว

โดยวันนี้ผมจะมาพูดยกตัวอย่างการใช้ฟอนต์ต่างกัน สำหรับภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ ให้เป็นคนละตัวละกันนะครับ เพราะอย่างที่ทราบว่าฟอนต์ไทย มันมีให้เลือกน้อยมาก แต่พอเว็บอังกฤษ ใช้ฟอนต์อื่นที่สวยกว่าฟอนต์ไทยก็ดีกว่าไรงี้

ขั้นตอนการทำนะครับ

  1. ต้องรู้ก่อนว่าเว็บภาษาต่างๆที่เราทำนั้นมี Language Code คืออะไร ยกตัวอย่าง ผมทำเว็บสองภาษาคือ ภาษาไทย รหัสคือ th และเว็บภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน รหัสคือ en-US ครับ โดยวิธีการเช็คก็คือไปที่เมนูหลังบ้าน WPML > Languages > Site Languages คลิก  Edit Languages แล้วจะเห็นตารางขึ้นมาว่าภาษาที่เราใช้งานนั้น มีรหัสภาษาอะไรบ้างครับใช้ฟอนต์ต่างกัน สำหรับเว็บหลายภาษา

    ใช้ฟอนต์ต่างกัน สำหรับเว็บหลายภาษา

  2. เขียน html[lang=”รหัสภาษา”] ตามด้วยคลาสที่เราอยากจะเขียนแบบปกติเลยครับ

ตัวอย่างนะครับ ผมต้องการให้ภาษาไทยใช้ฟอนต์ Kanit และเว็บอังกฤษใช้ฟอนต์ Jose โดยจะให้ฟอนต์เหล่านี้บังคับใช้กับ .title ครับ

html[lang="th"] .title{
font-family: "Kanit", sans-serif;
}

html[lang="en-US"] .thai-lang{
font-family: Jose, sans-serif;
}

เพียงเท่านี้ เว็บเราก็สามารถใช้ฟอนต์ต่างกันสำหรับแต่ละภาษาได้แล้วครับ

back to top